น้ำเต้าปูปลา พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000

Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Admin

Pages: [1]
1


สำหรับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ นั้นเป็นชาวสัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งมีอายุ 28 ปี เกิดในวันที่ 29 มีนาคม ค. ศ. 1991 มีส่วนสูง 1.68 เมตร สำหรับเท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลที่สุดคือเท้าขวา และปัจจุบันนั้นเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวกลาง ค่าตัวล่าสุดของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ คือ 90 ล้านปอนด์

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ นั้นได้ย้ายจากสโมสรเดิมคือเลสเตอร์ซิตี้มาเข้าร่วมกับเชลซีเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2016 และจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2023 และปัจจุบันนั้นยังเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศสอีกด้วย

สำหรับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ นั้น ได้ลงสนามในอาชีพนักฟุตบอลครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 ในรายการการแข่งขันลีกเดอ เป็นนัดที่แพ้ให้กับ อาแอส โมนาโก ด้วยสกอร์ 1 ต่อ 2

สำหรับการเข้าร่วมสโมสรเชลซีนั้นคือเข้าร่วมเมื่อฤดูกาล 2016-2017 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ย้ายมาสโมสรเชลซีด้วยค่าตัวทั้งหมดประมาณ 32 ล้านปอนด์ และได้เซ็นสัญญา 5 ปี และในฤดูกาล 2016-2017 นั้น เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ยังได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีในรายการ PFA อีกด้วย

สำหรับการเล่นให้กับทีมชาติของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศส ต้องบอกเลยว่า เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มีผลงานการเล่นฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมมากๆ แต่ในการแข่งขันทีมชาตินั้นในรายการฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ไม่สามารถเอาชนะโปรตุเกสได้ทำให้ได้แค่รองแชมป์ เท่านั้นและ ใน ค. ศ. 2018 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ คือกำลังที่สำคัญมากๆที่พาให้ทีมชาติฝรั่งเศสนั้นคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ในสมัยที่ 2 ได้สำเร็จนั่นเอง

2


รอสส์ บาร์คลี่ย์ เกิดวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1993 ปัจจุบันอายุได้ 26 ปี เป็นคนสัญชาติอังกฤษส่วนสูง 1.85 เมตร น้ำหนัก 87 kg เล่นให้กับทีมสโมสรเชลซี ในตำแหน่งกองกลางมิดฟิลด์ตัวกลาง เท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลคือเท้าขวา ค่าตัวล่าสุดคือ 24.30 ล้านปอนด์ สำหรับสัญญานักเตะนั้นเซ็นเมื่อวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 2018 และจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2023

รอสส์ บาร์คลี่ย์ นั้นต้องบอกเลยว่าเป็นนักฟุตบอลที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ การลงเล่นในพรีเมียร์ลีกนั้นเล่นไปแล้วถึง 150 นัด ให้กับเอฟเวอร์ตันก่อนที่จะย้ายมากินสโมสร เชลซีจนไปถึงทีมชาติอังกฤษและรายการฟุตบอลโลกและ European championship ต่างๆ

รอสส์ บาร์คลี่ย์ มีความสามารถที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นสามารถเล่นในตำแหน่งหลัง Striker หรือตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับหรือเล่นปีกข้างก็สามารถเล่นได้ ความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือสามารถเก็บบอลและสร้างโอกาสให้คนอื่นได้ทำประตูได้อย่างดีเยี่ยม

สำหรับสถิติที่น่าสนใจที่ผ่านมา รอสส์ บาร์คลี่ย์ นั้นได้ทำประตูให้กับทีมชาติอังกฤษ ในยูโร 2016 รอบคัดเลือกได้ ช่วยชนะ ซาน มาริโน่ ไป 6-0 ซึ่ง รอสส์ บาร์คลี่ย์ เป็นส่วนหนึ่งในทีมในรอบชิงชนะเลิศนั่นเอง

สำหรับการทำประตูแรกให้กับทีมสโมสรเชลซีสโมสรปัจจุบันนั้นเป็นเกมที่เอาชนะเซาแธมป์ตันได้ด้วยสกอร์ 3 ต่อ 0 ซึ่ง รอสส์ บาร์คลี่ย์ นั้นได้จ่ายบอลให้กับ เอเดน อาซาร์ เป็นการยิงเปิดเกม และ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ก็ได้ยิงประตูตีเสมอท้ายเกมในการแข่งขันกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดด้วยสกอร์ 2 ต่อ 2 ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยสำหรับนักเตะคนนี้

3


ดานิโล ปานติช เป็นนักฟุตบอลที่อยู่ในสโมสรเชลซี ตำแหน่งที่เล่นคือ กองกลาง-มิดฟิลด์ตัวกลาง เข้าร่วมเซ็นสัญญาร่วมสโมสรกับเชลซี เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 และจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2021 สโมสรเดิมของ ดานิโล ปานติช คือ เอ็มโอแอล เฟเฮร์เวอร์ ในฮังการี่ เท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลคือเท้าขวา

สำหรับข้อมูล ดานิโล ปานติช นั้น เกิดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 1996 ปัจจุบันอายุได้ 23 ปี เป็นคนสัญชาติเซอร์เบีย มีส่วนสูง 1.80 เมตร สำหรับค่าตัวล่าสุดนั้นคือ 1.62 ล้านปอนด์ นอกจากจะเล่นให้สโมสรเชลซีแล้วยังอยู่ในสังกัดทีมชาติเซอร์เบีย U21 อีกด้วยสำหรับ ดานิโล ปานติช ต้องบอกเลยว่าเป็นกองกลางที่มีทักษะและมีความคิดสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมมากๆ

ขณะที่ ดานิโล ปานติช นั้นอายุ 18 ปี ได้เล่นให้กับเซอร์เบียรุ่นเยาวชนและยังช่วยเล่นให้กับทีมชาติ ซึ่งผลออกมาว่า ผ่านรอบรองชนะเลิศ European championship รุ่นยู 19 ได้อีกด้วย และดานิโล ปานติช ได้ เป็นหนึ่งในทีมยอดเยี่ยมแห่งปีในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2017 เพราะได้กลับไปเล่นให้กับปาร์ติซานด้วยสัญญายืมตัวนั่นเอง

สำหรับข้อมูลการลงเล่นฟุตบอลลีก ในรายการการแข่งขัน NB I ให้กับทีมสโมสรเอ็มโอแอล เฟเฮร์เวอร์ได้ลงทั้งหมด 8 Match เปลี่ยนตัวเข้า 5 ครั้ง เปลี่ยนตัวออก 2 ครั้ง ใบเหลือง 1 ใบ ในฤดูกาลที่ผ่านมาคือฤดูกาล 2019-2020

สาเหตุที่ในฤดูกาลที่ผ่านมาเล่นให้กับสโมสรเอ็มโอแอล เฟเฮร์เวอร์ เพราะสโมสรเอ็มโอแอล เฟเฮร์เวอร์ได้ยืมตัว ดานิโล ปานติช ด้วยการจ่ายเงิน ทั้งหมด 450,000 ปอนด์ แต่ในฤดูกาล 2019-2020 วันที่ 31 มกราคม 2020 ก็จะย้ายจากสโมสรเอ็มโอแอล เฟเฮร์เวอร์ เข้ามาเชลซีเพราะหมดสัญญายืมตัว

4


ร็อบ โฮลดิ้ง เล่นให้กับทีมอาร์เซนอลในตำแหน่งปัจจุบันคือ กองหลัง-Center Back เขาเกิดวันที่ 20 กันยายน ค.ศ.1995 ปัจจุบันอายุ 24 ปี สัญชาติอังกฤษ ส่วนสูงคือ 1.88  เมตร เท้าที่ถนัดที่สุดคือเท้าขวา

สำหรับสัญญานักเตะของร็อบ โฮลดิ้ง เขาร่วมสโมสรเมื่อวันที่ 22 กรกฏาคา ค.ศ. 2016 โดยย้ายมาจาก โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส และจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2023 ปัจจุบันค่าตัวคือ 10.80 ล้านปอรด์ สวมเสื้อเข้าเล่นให้กับอาเซนอลเบอร์ที่ 16

ร็อบ โฮลดิ้ง ได้ทำประตูแรกให้กับอาร์เซนอลในรายการการแข่งขันนัดพิเศษ 2016 เป็นนัดที่เปิดฤดูกาล รายการ mls all star game

สำหรับข้อมูลในการลงเล่นฟุตบอลลีกในฤดูกาลที่ผ่านมาคือ 2019-2020 รายการการแข่งขันคือพรีเมียร์ลีก,พรีเมียร์ลีก2, championship , League 2, U21 PL Qualificationsgr. 2 จำนวน Matchที่ลงแข่งขันคือ 95 Match แบบทำประตูได้ 5 ประตู แอสซิสต์ 1 เปลี่ยนตัวเข้า 7 ครั้ง เปลี่ยนตัวออก 7 ครั้ง ใบเหลือง 11 ใบเหลือง ใบแดง 1 ครั้ง

การลงเล่นฟุตบอลถ้วยระดับนานาชาติในฤดูกาล 2019-2020 รายการแข่งขันยูโรป้าลีกและแชมเปี้ยนลีกให้กับทีมสโมสรอาร์เซนอลทั้งหมด จำนวนแมชต์ในการลงแข่งขันคือ 17 Match ทำประตูได้ 1 ประตู เปลี่ยนตัวเข้า 1 ครั้งเปลี่ยนตัวออก 2 ครั้งใบเหลือง 5 ครั้ง สำหรับการเล่นให้กับทีมชาติคือ 2016 เล่นให้กับทีมอังกฤษรุ่นไม่เกิน 21 ปีลงเล่น 2 Match

ในฤดูกาล 2018-2019 เป็นช่วงที่มีการแข่งขันซึ่งร็อบ โฮลดิ้ง ได้มีฝีเท้าที่ดีมากๆทำให้แฟนชาวอาร์เซนอลเห็น ซึ่งเป็นศึกที่เล่นกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดผลออกมาเสมอกัน 2-2 นั่นเอง

5


สำหรับปาโบล มารี่ เกิดวันที่ 31สิงหาคม ค.ศ.1993 อายุ 26 ปี เป็นคนสัญชาติสเปน ส่วนสูงคือ 1.93 เมตร เท้าถนันในการเล่นฟุตบอลคือเท้าซ้าย ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งของผู้เล่นกองหลัง - Center Back ของทีมอาร์เซนอล

สำหรับ ปาโบล มารี่  นั้นต่อสัญญานักเตะกับอาร์เซนอลเข้าร่วมสโมสร เมื่อวันที่ 29 มกราคม ค.ศ 2020 และจะสิ้นสุดสัญญาลงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020 สำหรับสโมสรเดิมที่ย้ายมาคือฟลาเมงโก ค่าตัวล่าสุดในปัจจุบันคือ 5.40 ล้านปอนด์

ปาโบล มารี่ข้อมูลล่าสุดใน การเล่นฟุตบอลลีก ที่ผ่านมาในฤดูกาล 2019-2020 ของทุกสโมสร รายการการแข่งขันพรีเมียร์ลีก , พรีเมียร์ลีก 2 , พรีเมียร์ลีกดัดซ์, เพลย์ออฟเลื่อนชั้นลาลีกา 2 , เซกุนด้าเบกลุ่ม 3 , ลาลีก้า จำนวน Match ในการลงการแข่งขันคือ 178 Match จำนวนประตูที่ทำได้คือ 11 ประตูจำนวน assist 1assist การทำประตูเข้าเอง 3 ประตู เปลี่ยนตัวเข้า 6 ครั้ง เปลี่ยนตัวออก 7 ครั้ง ใบเหลือง 44 ครั้ง ใบเหลืองแดง 3 ครั้งใบแดง 1 ครั้ง

ข้อมูลในเรื่องของฟุตบอลถ้วยระดับนานาชาติในฤดูกาลที่ผ่านมาคือ 2019-2020 รายการการแข่งขันคือชิงแชมป์สโมสรโลกเล่นให้กับทีมสโมสรคือฟลาเมงโก จำนวนในการลงสนามคือ 2 match ได้ใบเหลือง 1 ครั้งและรวมเวลาของการลงเล่นคือ 210 นาที

สำหรับจุดอ่อนและจุดแข็งของปาโบล มารี่  คือถ้าหากจุดอ่อนก็คือเป็นเซ็นเตอร์แม็กที่ค่อนข้างจะดูล้าสมัยแต่มีจุดเด่นในเรื่องของความแข็งแกร่งในทางสรีระ ความสูง และน้ำหนักที่ดูเหมาะสมกับการรับเกมหนักๆของพรีเมียร์ลีกได้นั่นเองทำให้สถิติที่ผ่านมาค่อนข้างจะถือว่าใช้ได้สำหรับปาโบล มารี่

6


สำหรับ นิโคลัส เปเป้ นั้นตำแหน่งที่เล่นในปัจจุบันคือกองหน้าตัวริมเส้นด้านขวาให้กับทีมสโมสรอาร์เซนอล เกิดวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1995 ปัจจุบันอายุ 24 ปี สัญชาติ โกตดิวัวร์ ส่วนสูงคือ 1.80 เมตร เท้าที่ถนัดที่ใช้เล่นฟุตบอลคือเท้าซ้าย

นิโคลัส เปเป้  นั้นได้ร่วมสโมสรกับอาร์เซนอลเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 2019 และจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2024 สำหรับสโมสรเดิมคือลีลล์ และค่าตัวล่าสุดของ นิโคลัส เปเป้  คือ 58.50 ล้านปอนด์ และปัจจุบันเล่นให้กับทีมชาติโกตดิวัวร์ ขณะที่เล่นให้กับทีมอาร์เซนอลสวมเสื้อเบอร์ 19

สำหรับ นิโคลัส เปเป้  นั้นเล่นฟุตบอลครั้งแรกกับ สโมสร Poitiers FC ซึ่งเป็นสโมสรหนึ่งในฝรั่งเศส ทางด้านผลงาน นิโคลัส เปเป้  ในการเล่นฟุตบอลลีก ฤดูกาล 2019-2020 เล่นให้กับสโมสรอาร์เซนอลรายการการแข่งขันพรีเมียร์ลีกลงเล่น 24 Match ได้ประตู 4 ประตู แอสซิสต์ 6 เปลี่ยนตัวเข้า 7 ครั้ง เตรียมตัวออก 7 ครั้ง ใบเหลือง 3 ใบ และสามารถทำประตูให้กับทีมอาร์เซนอลในการยิงจุดโทษได้ 1 ประตู

และข้อมูลการลงเล่นฟุตบอลถ้วยระดับนานาชาติของนิโคลัส เปเป้  ในฤดูกาล 2019-2020 เล่นให้กับสโมสรอาร์เซนอลในรายการการแข่งขันยูโรป้าลีกได้ลงทั้งหมด 6  Match 2 ทำประตู แอสซิสต์ 2 เปลี่ยนตัวเข้า 4 ครั้ง

ข้อมูลการลงเล่นทีมชาติรายการการแข่งขันทีมชาติทั้งหมดของนิโคลัส เปเป้  คือฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ , ฟุตบอลแอฟริกันเนชั่นส์คัพรอบคัดเลือก ,ฟุตบอลแอฟริกันเนชั่นส์คัพและฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เพิ่งลงเล่นทั้งหมด 16 match ทำประตูได้ 5 ประตูเปลี่ยนตัวเข้า 3 ครั้งเปลี่ยนตัวออก 7 ครั้ง

7


สำหรับนักฟุตบอลชาติญี่ปุ่นอย่าง ทาคุมิ มินามิโนะ เป็นนักฟุตบอลตำแหน่งกองหน้าตัวริมเส้นด้านซ้ายของลิเวอร์พูล ในปัจจุบันซึ่งมีอายุ 25 ปี เกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 1995 มีส่วนสูงอยู่ที่ 1.74 เมตร เท้าที่ถนัดที่สุดคือเท้าขวา

สำหรับการเซ็นสัญญาเป็นนักเตะลิเวอร์พูลเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2020 ด้วยการย้ายมาจากสโมสรเดิมคือเร้ดบูลล์ซัลบวร์ก และจะสิ้นสุดสัญญาลงวันที่ 30 มิถุนายน ค. ศ. 2024 ขณะนี้ค่าตัวล่าสุดคือ 11.25 ล้านปอนด์ สวมเสื้อเบอร์ 18 ในการลงสนามให้กับลิเวอร์พูล

สำหรับ ทาคุมิ มินามิโนะ  นั้นได้ลงเป็นตัวจริงในนัดแรกของลิเวอร์พูลคือในวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 2023 คัพรอบ 3 และก็ได้เอาชนะเอฟเวอร์ตันด้วยสกอร์ 1 ต่อ 0 ทำให้ลิเวอร์พูลนั้นได้ผ่านเข้ารอบ 4 ของ FA CUP นั่นเอง

สำหรับรางวัลเกียรติประวัติ ถ้าหากเป็น สโมสรเดิมคือเร็ดบูลล์ซัลบวร์ก จะได้ Austrian Bundesliga ในฤดูกาล 2014 2015 2015-2016 ฤดูกาล 2016-2017 ฤดูกาล 2017-2018 และฤดูกาล 2018-2019 และ  Austrian cup ฤดูกาล 2014 ถึง 2015 2015 2016 2016-2017 และฤดูกาล 2018-2019

สำหรับเป็นทีมชาติญี่ปุ่น u23 คือ ฟุตบอลเอเชียเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี 2016 และทีมชาติญี่ปุ่นเอเชียนคัพรองชนะเลิศ 2019

รางวัลส่วนตัวของ ทาคุมิ มินามิโนะ คือ AFC u16 championship Top scorer 2010 และ J League of the year 201

สำหรับผลงานในสโมสรสโมสรเซเรซโซ โอซากะ ได้ลงเล่น ทุกรายการทั้งหมด 82 นัด ทำประตูได้ 15 ประตูต่อมาเร็ดบูลล์ซัลบวร์กได้ลงเล่นทุกรายการ 189 นัด รวมประตูได้ทั้งหมด 64 ประตู และสโมสรปัจจุบันคือลิเวอร์พูลได้ลงทั้งหมด 7 นัด รวมแล้วลงเล่นทั้งหมด 278 นัดทำประตูได้ถึง 79 ประตู

8


แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 11 เดือนมีนาคม คริสตศักราช 1994 เป็นนักฟุตบอลสัญชาติสกอตแลนด์ อายุ 26 ปี ส่วนสูงคือ 1.78 เมตร เท้าข้างที่ถนัดนั่นคือ เท้าซ้าย

วันที่ 19 สิงหาคม ค. ศ. 2017 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ลงสนามนัดแรกเป็นตัวจริงให้กับทีมลิเวอร์พูลซึ่งเอาชนะคริสตัลพาเลซได้ด้วยสกอร์ 1 ต่อ 0 ในสนาม anfield และเมื่อปี พ. ศ. 2018 วันที่ 13 พฤษภาคมของฤดูกาล 2017 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้มีโอกาสทำประตูแรกให้กับทีมลิเวอร์พูลซึ่งในนัดนั้นเปิดสนาม ที่ต้องแข่งขันกับไบรท์ตันแอนด์โฮฟอัลเบี้ยน ซึ่งเอาชนะด้วยสกอร์ 4-0 แต้ม

ในวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 2019  แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้ทำการต่อสัญญากับทีมยักษ์ใหญ่ ซึ่งการต่อสัญญาครั้งนี้เป็นการต่อสัญญาณระยะยาวไปจนถึงปี ค.ศ. 2024 เลยทีเดียว แล้วไม่นานเขาก็ได้ทำการ ติดทีมยอดเยี่ยมร่วมกับนักเตะ 3 คนในทีมยักษ์ใหญ่อย่างลิเวอร์พูลอีกด้วยคือ นักเตะยอดความเร็ว ซาดิโอมาเน่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาโนลด์ และ เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ นั่นเอง

วันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2019  แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้แข่งขันกับฮ็อทสเปอร์ซึ่งชิงแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีก 2019 และคว้าชัยชนะมาให้กับลิเวอร์พูลด้วยสกอร์ 2 ต่อ 0 แต้ม จึงทำให้คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีกในสมัยที่ 6 มาครองได้นั่นเอง

ในปี ค.ศ. 2019 ลิเวอร์พูลเจอกับเชลซี ทำการแข่งขันยูฟ่า Super Cub ฤดูกาล 2019 ซึ่งเขาก็ได้อยู่ในทีมเอาชนะเชลซีด้วย 5 ต่อ 4 ในการดวลจุดโทษ และต่อมาใน วันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 2019 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก็ได้ทำประตูแรกอีกครั้งหนึ่งในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2019-2020 เป็นนัดเปิดสนามที่เอาชนะเร็ดบุลซัลทซ์บวร์คออสเตรเลียได้ วันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 ก็ได้มีทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-2020 ที่ได้ทำการแข่งขันกับแอสตันวิลล่าและ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก็ได้เข้าร่วมกับทีมลิเวอร์พูลเอาชนะด้วยสกอร์ 1ต่อ 0 ได้คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกได้สำเร็จ

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสันปัจจุบันนั้นเล่นอยู่ในตำแหน่งของกองกลางพรีเมียร์ลีกให้กับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล ซึ่งได้เข้าร่วมสโมสรลิเวอร์พูล เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2017 ได้ค่าตัวทั้งหมด 8 ล้านปอนด์

9

เซอร์ดาน ชากิรี่ เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ.1991 ปัจจุบันอายุ 28 ปี เป็นคนสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ มีส่วนสูงอยู่ 1.69 เมตร ถนัดที่สุดคือเท้าซ้าย สำหรับตำแหน่งผู้เล่นปัจจุบันอยู่ในสโมสรลิเวอร์พูลคือกองหน้าตัวริมเส้นด้านขวา

ได้เซ็นต์สัญญานักเตะร่วมกับสโมสรลิเวอร์พูลเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ค. ศ. 2018 และจะสิ้นสุดสัญญาลงวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2023 ค่าตัวในปัจจุบันคือ 18 ล้านปอนด์ ในขณะที่เล่นกับลิเวอร์พูลจะสวมเสื้อเบอร์ 23

สำหรับเกียรติประวัติถ้าหากรวมกับสโมสรบาเซิลได้สวิสซูเปอร์ลีกในฤดูกาล 2009-2010 และฤดูกาล 2010-2011 ฤดูกาล 201 -2012 และได้สวิสคัพฤดูกาล 2009-2010 และ 2011-2012

กับบาเยิร์น มิวนิคได้ Bundesliga ฤดูกาล 2012-2013 และฤดูกาล 2013-2014 DFB Pokal ในฤดูกาล 2012-13 และ 2013-2014 efl Super Cup 2012 UEFA Champions League 2012-2013 UEFA Super Cup 2013 และ และ FIFA Cup World Cup 2013

และร่วมกับสโมสรลิเวอร์พูลบาซ่ายูฟ่าแชมเปี้ยนลีก 2018-2019 UEFA Super Cup 2019 และฟุตบอลชิงแชมป์โลกสโมสรโลก 2019

สำหรับประวัติส่วนตัวหรือรางวัลส่วนตัวได้ Swiss Golden Player Awards SFAP Golden Player2012 รางวัล Swiss Golden Player Awards Best Young Player2012 รางวัล DFB-Pokal top goalscorer ในฤดูกาล 2012-2013 รางวัล DFB-Pokal top assist provider ในฤดูกาล 2012-2013 และ UEFA Euro 2016 Goal of the Tournament

สำหรับสถิติอาชีพกับสโมสรต่างๆ รวมทั้งหมดแล้วจนมาถึงปัจจุบันได้ลงเล่นทั้งหมด 382 นัด และทำประตูได้ถึง 73 ประตู เลยทีเดียว แต่ถ้าหากเป็นทีมชาติจะเล่นให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ลงเล่นทั้งหมด 82 นัดทำประตูได้ทั้งหมด 22 ประตู ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 ถึงค.ศ. 2019 ประวัติถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

10

นิโคล่า อเนลก้า เล่นในตำแหน่งกองหน้า ฤดูกาล 1997/1998   อเนลก้า ได้ลงสนาม33 นัด รวมทุกรายการ อยู่ในสนามเป็นเวลา 1,989 นาที ยิงได้ 7 ประตู และจ่าย 6 แอสซิสต์ แบ่งเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 26 นัด เป็นตัวจริง 16 นัด เป็นสำรอง 10 นัด อยู่ในสนามเป็นเวลา 1,493 นาที ยิงได้ 6 ประตู และจ่าย 6 แอสซิสต์ โดยอเนลก้า ได้ลงเล่น 90 นาทีเต็มในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น อเนลก้าได้ลงสนาม 6 นัดแรกในพรีเมียร์ลีกในฐานะตัวสำรองทั้ง 6 นัด ก่อนจะได้ลงเป็นตัวจริงในนัดที่7 ของตัวเอง ซึ่งถือเป็นนัดที่ 13 ของพรีเมียร์ลีก และจบฤดูกาลนั้นอาเซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ไปครองด้วยการมีแต้ม เหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 คะแนนเท่านั้น

ฟุตบอลเอฟเอคัพ 1997/1998 อเนลก้า  ได้ลงสนาม 2 นัด เป็นตัวจริงทั้ง 2 นัด นัดแรกในรอบ 8 ทีมสุดท้าย อเนลก้าได้ลงเล่น 66 นาที อาเซน่อล มีชัยเหนือ เวสแฮมต์ ยูไนเต็ด 2-1 และในนัดที่2 อเนลก้า ได้ลงเล่น 90 นาทีเต็ม ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่ง อาเซน่อล มีชัยเหนือ นิวคาสเซิล 2-0

โดย อเนลก้า เป็นคนยิงประตูที่ 2 ในรอบชิงชนะเลิศด้วย ส่วนอีกประตูได้จาก มาร์ก โอเวอร์มา
ฟุตบอลลีกคัพ 1997/1998 อเนลก้า ได้ลงสนาม 3 นัด เป็นตัวจริงทั้ง 3 นัด นัดแรกอเนลก้าได้ลง67 นาที ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย อาเซน่อลเบียดชนะ โคเวนทรี ใน120 นาที 1-0 นัดที่2 อเนลก้าได้ลงสนาม 90 นาที ในรอบรองชนะเลิศนัดแรก อาเซน่อล เฉือนชนะ เชลซี 2-1 นัดที่3 อเนลก้า ได้ลงสนาม 90 นาทีเต็ม ในรอบรองชนะเลิศนัดที่2 ซึ่งอาเซน่อล แพ้ เชลซี 1-3 ตกรอบไปด้วยสกอร์รวม 3-4

ฟุตบอลยูฟ่าคัพ 1997 /1998 อเนลก้า ได้ลงสนาม 2 นัด นัดแรกลงเล่นเป็นตัวจริง 90 นาทีเต็ม อาเซน่อล บุกไปแพ้ PAOK 0-1 นัดที่2 อเนลก้า ได้ลงสนามเป็นตัวสำรอง 3 นาที ซึ่งอาเซน่อล เสมอกับ PAOK 1-1 ทำให้ตกรอบไปด้วยสกอร์รวม 1-2

สรุปฤดูกาล 1997/1998 อาเซน่อลเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก และ แชมป์เอฟเอคัพ โดยอเนลก้ามีส่วนร่วมกับทีม 33 นัด โดยคนที่ได้ลงสนามมากที่สุดคือ ไนเจล วินเทอร์เบิร์น 49 นัด

อเนลก้า ยิงได้ทั้งหมด 9 ประตู มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของทีม เป็นรองเอียน ไรซ์ 11 ประตู มาร์ก โอเวอร์มา 16 ประตู และ เดนนิส เบิร์กแคม 22 ประตู

11


ปีเตอร์ ชไมเคิล เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู ได้ลงสนามในฤดูกาลนั้น 44 นัดรวมทุกรายการ
อยู่ในสนามเป็นเวลา 3,888 นาที เป็นตัวจริงทั้ง 44 นัด เสียไป 35 ประตู เก็บคลีนชีต 19 นัด

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1997/1998 ปีเตอร์ ชไมเคิล ได้ลงสนามทั้งหมด 32 นัด
เป็นตัวจริงทั้ง 32 นัด อยู่ในสนามเป็นเวลา  2,808 นาที เสียไป 21 ประตู เก็บคลีนชีตได้ 16 นัด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จบอันดับที่ 2 ของพรีเมียร์ลีก โดยมีแต้มตามหลังทีมแชมป์ อาเซน่อล
เพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น

ฟุตบอลเอฟเอคัพ ฤดูกาล 1997/1998 ปีเตอร์ ชไมเคิล ได้ลงสนาม 4 นัด เป็นตัวจริงทั้ง 4 นัด
รอบสามชนะเชลซี 5-3 ,รอบ4 ชนะวอลซอลล์ 5-1 ,รอบ5 เสมอบาร์นลีย์ 1-1 ก่อนจะมาแพ้
บาร์นลีย์ในนัดรีเพลย์ 2-3 จอดป้ายแค่รอบนั้น

ทางด้านฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีก 1997/1998 ปีเตอร์ ชไมเคิล ได้ลงสนาม 7 นัด
เป็นตัวจริงทั้ง 7 นัด อยู่ในสนาม 630 นาที เสียไป 5 ประตู เก็บคลีนชีต 3 นัด  แมนฯยูไนเต็ด ชนะ5 แพ้1
ในรอบแบ่งกลุ่ม โดยแพ้นัดเดียวให้กับยูเวนตุส 0-1 เข้ารอบเป็นที่  1 ของกลุ่ม
แมนฯยูไนเต็ด ไปได้ไกลเพียงแค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนจะมาตกรอบด้วยกฎการยิงประตูทีมเยือนให้โมนาโก
ยอดทีมจากลีกเอิง ฝรั่งเศส [เยือนเสมอ0-0 ,เหย้าเสมอ1-1]

สรุปฤดูกาล 1997/1998 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จบแบบไม่มีแชมป์รายการใดๆ ติดมือเลย
นักเตะที่ยิงประตูให้แมนฯยู มากที่สุดในฤดูกาล คือ แอนดี้ โคล 25 ประตู
นักเตะที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีก ให้แมนฯยูมากที่สุดคือ แอนดี้ โคล 15 ประตู
นักเตะที่ยิงประตูในฟุตบอลยุโรปให้แมนฯยูมากที่สุดคือ แอนดี้ โคล 5 ประตู
นักเตะที่ลงสนามให้แมนฯยู มากที่สุดคือ เดวิด เบ็คแคม 50 นัด
นักเตะที่ลงสนามในพรีเมียร์ลีกให้แมนฯยู มากที่สุดคือ เดวิด เบ็คแคม 37 นัด
นักเตะที่ได้รับใบเหลือง มากที่สุดของแมนฯยู คือ พอล สโคลย์ 9 ใบ
ไม่มีนักเตะคนไหน ของแมนฯยูได้รับใบแดงในฤดูกาลนั้น
แมตย์ที่ชนะขาดลอยที่สุดคือ แมนฯยู ชนะ บาร์นลีย์ 7-0

12

เอียน เจมส์ รัช หรือ เอียน รัช เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ปี 1961 ที่ประเทศเวลส์
เอียน รัช เริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพในปี 1978 กับทีมเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งอยู่ในดิวิชั่น 3
ถัดจากนั้นอีกประมาณ 2 ปี ประมาณปี 1980 ลิเวอร์พูล จัดการซื้อตัวเอียน รัช ไปเล่นใน
ระดับดิวิชั่น1 ของอังกฤษ ซึ่งตอนนั้นดิวิชั่น 1 คือลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ

เอียน รัช สามารถยึดตัวหลักของลิเวอร์พูล ในฤดูกาล 1981/1982 เค้าได้ลงสนามรวมทุกรายการ
มากถึง 49 นัด ยิงไปมากถึง 30 ประตู  โดยแบ่งเป็นการยิงในดิวิชั่น1 จำนวน 17 ประตู
ซึ่งส่งผลให้ ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ในฤดูกาลนั้นมาครอง และยังมีส่วนสำคัญในการ
พาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกคัพ ในฤดูกาลนั้นด้วย ลิเวอร์พูลจบซีซั่นนั้นด้วยดับเบิ้ลแชมป์

ในฤดูกาลถัดมา 1982/1983 เอียน รัช ได้ลงสนามรวมทุกรายการ 51 นัด ยิงได้มากถึง 31 ประตู
เป็นการยิงในฟุตบอลดิวิชั่น1 ถึง 25 ประตู กลายเป็นดาวซัลโวในฤดูกาลนั้น
และจบฤดูกาลนั้น ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ฟุตบอลดิวิชั่น 1 มาครองเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน
และก็ยังป้องกันแชมป์ ฟุตบอลลีกคัพ เอาไว้ได้อีกด้วย ลิเวอร์พูลจบฤดูกาลด้วยการ
เป็นดับเบิ้ลแชมป์ 2 ฤดูกาลติดต่อกัน

ฤดูกาล 1983/1984 เอียน รัช ลงสนาม 65 นัดหากนับรวมทุกรายการ ยิงไปมากถึง 47 ประตู
เป็นดาวซัลโว ดิวิชั่น1 ด้วยจำนวน 32 ประตู และพาลิเวอร์พูลเป็นแชมป์ดิวิชั่น 1 ของอังกฤษ
ได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน และในฤดูกาลนั้นลิเวอร์พูล ก็ก้าวไปเป็นแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ
พ่วงด้วยแชมป์ลีกคัพอีก 1 รายการ ทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทริปเปิ้ลแชมป์       

เอียน รัช ตัดสินใจย้ายไปเล่นกับยูเวนตุส ยอดทีมจากกัลโช่ ซีเรียอา  ในฤดูกาล 1987/1988
แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอะไร เค้ายิงได้ 14 ประตู จากการลงเล่น 39 นัด  ยูเวนตุส
ได้แค่อันดับที่6 ของกัลโช่ ซีเรียอา  ซึ่งเอซี มิลาน คว้าแชมป์ในครั้งนั้นไปครอง
เอียน รัช อยู่กับยูเวนตุสได้แค่ 1 ฤดูกาล ก็กลับมาค้าแข้งที่แอนฟิลด์อีกครั้ง

เอียน รัช อยู่ในทีมชุดแชมป์ดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 1989/1990 พาลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ดิวิชั่น1
ได้เป็นสมัยที่ 18  และนั่นเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศครั้งสุดท้ายของลิเวอร์พูล
เอียน รัช อยู่กับลิเวอร์พูล จนจบฤดูกาล 1995/1996 ก่อนจะตัดสินใจย้ายออกจากลิเวอร์พูล
หลังออกจากลิเวอร์พูล  เอียน รัช มีโอกาสได้เล่นอยู่กับหลายสโมสร ไล่ตั้งแต่ ลีดส์ ยูไนเต็ด
นิวคาสเซิล, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, แร็กแฮม และซิดนีย์ โอลิมปิค ก่อนจะเลิกเล่นในปี 2000

13

เดวิด โรเบิร์ต โจเซฟ เบ็คแคม หรือ เดวิด เบ็คแคม  เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ปี 1975 
ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

เดวิด เบ็คแคม เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชนของแมนฯยูไนเต็ด ช่วงปี 1991
ก่อนหน้านั้นเป็นนักเตะเยาวชนของริดเวย์ โรเวอร์ส และ สเปอร์  หลังจากนั้นในปี 1992
เดวิด เบ็คแคม ถูกดันขึ้นไปเล่นกับทีมชุดใหญ่ของแมนฯยู แต่ยังไม่มีโอกาสได้ลงสนาม
และส่งถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัว กับสโมสรเปรสตัน ในฤดูกาล 1994/1995

ฤดูกาล 1994/1995 เดวิด เบ็คแคม ถูกเรียกกลับมาที่โอลแรฟฟอร์ด หลังหมดสัญญา
ยืมตัวกับเปรสตัน แต่ก็ยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามให้แมนฯยูมากเท่าไหร่ โดยทั้งฤดูกาล
เค้าได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 4 นัดเท่านั้น ซึ่งฤดูกาลนั้นแมนฯยู ได้รองแชมป์พรีเมียร์ลีก
ส่วนแชมป์ตกเป็นของแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ทีมีอลัน เชียเรอส์ เป็นดาวยิงประจำทีม
เข้าสู่ฤดูกาล 1995/1996  เดวิด เบ็คแคม ได้ลงสนาม 40 นัดรวมทุกรายการ
เป็นกำลังสำคัญของทีมอย่างเต็มตัว แบ่งเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 33 นัด ยิงไป 8 ประตู
พาแมนฯยูเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้นโดยมีแต้มเหนือรองแชมป์นิวคาสเซิล 4 คะแนน

ฤดูกาล 1998/1999 เดวิด เบ็คแคม ได้ลงสนามมากถึง 55 นัดรวมทุกรายการ ยิง9ประตู
มีส่วนสำคัญในการพาแมนฯยูไนเต็ด เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้น โดยมีคะแนนมากกว่า
อาเซน่อลเพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น  ตามมาด้วยแชมป์เอฟเอคัพ ที่แมนฯยูเก็บชัยเหนือนิวคาสเซิล
ไปแบบสบายเท้า 2-0 ก่อนจะมาปิดฉากฤดูกาลนั้นด้วยชัยชนะเหนือ บาเยิร์น มิวนิค

ยอดทีมจากประเทศเยอรมัน 2-1 ในฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีกรอบชิงชนะเลิศ
ซึ่งนัดดังกล่าว เดวิด เบ็คแคมลงสนามเป็นตัวจริง  โดยทั้ง 2 ประตูที่แมนฯยูไนเต็ดทำได้
เกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บทั้ง 2 ประตู และทั้ง 2 ประตูมีต้นกำเนิดมาจาก การเปิดเตะมุม
ของ เดวิด เบ็คแคมทั้ง 2 ประตู

ปี 2003 แมนฯยูไนเต็ด ตัดสินใจขาย เดวิด เบ็คแคม ให้กับเรอัล มาดริด 
ยอดทีมจากสเปนด้วยค่าตัว 37 ล้านปอนด์  รวมแล้ว เดวิด เบ็คแคม อยู่กับทีมเป็นเวลา 11 ฤดูกาล
ลงสนามให้ทีมทั้งหมด 394 นัด ยิง 85 ประตู   และจ่าย 98 แอสซิสต์
ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย แชมป์เอฟเอคัพ 2 สมัย แชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีก 1 สมัย


Pages: [1]

พื้นที่โฆษณา ขนาด 728x90 พิกเซล
ติดต่อ 080-000-0000